ข่าวสาร ข้อมูลเสรี ที่หาอ่านยากในสื่อหลัก
Home
All posts
วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560
“ประวิตร” ปฏิเสธข่าวลือ ยิ่งลักษณ์ลี้ภัยสำเร็จ และจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยที่อยู่
พลเอกประวิตร เรียกร้องให้นางสาวยิ่งลักษณ์ เปิดเผยที่อยู่ หลังจากแกนนำอ้างว่าหลบหนีอยู่ลอนดอน ขณะเดียวกัน ศาลได้อนุมัติหมายจับนางสาวยิ่งลักษณ์ อีกข้อกล่าวหา หลังจากแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนอ้างกับสำนักข่าวต่างประเทศว่านางสาวยิ่งลักษณ์ หลบหนีอยู่ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
วันที่ 5 ต.ค.60– พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกร้องให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยเองว่าอยู่ที่ใด ขณะเดียวกัน พลเอกประวิตรก็ได้ปฏิเสธข่าวนางสาวยิ่งลักษณ์ ขอลี้ภัยสำเร็จ และการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นว่า ยังไม่มีข้อมูล
ด้าน พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับ นางสาวยิ่งลักษณ์ เพิ่มเติมในข้อหา ไม่เข้าออกราชอาณาจักรตามช่องทางที่กำหนด จากนี้จะส่งประกาศสืบจับไปยังตำรวจทั่วประเทศ รวมถึง ด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกด่าน ส่วนการดำเนินคดีบุคคลที่พาหลบหนี อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ที่มา: Springnews
วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560
รมต.กลาโหมเนเธอร์แลนด์ ลาออก หลัง ทหารดัชต์สองนายเสียชีวิตระหว่างการซ้อมรบ
รมต.กลาโหมเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอาวุโสสุดในครม.ชุดปัจจุบันลาออก โดยให้มีผลทันที หลังผลสอบพบ ทหารดัชต์สองนายเสียชีวิตระหว่างการซ้อมรบในประเทศมาลี เพราะใช้ระเบิดค้างสต็อกที่ไม่ผ่านการทดสอบความปลอดภัย นึกถึง “รถกระบะหุ้มเกราะ” ในภาคใต้บ้านเรา
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์: การเมืองควรเป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ by ชลิตา สุนันทาภรณ์
ถึงแม้ว่าการเมืองไทยในตอนนี้ใครหลายคนจะมองว่าแทบไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะเราอยู่บนความขัดแย้งมานานนับสิบปี จนใครหลายคนคงลืมไปแล้วว่า เราทะเลาะกันเรื่องอะไร
แต่ในสายตาของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เขายังคงมีความหวังว่าอนาคตประเทศไทยต่อจากนี้มันขึ้นอยู่กับคนรุ่นใหม่
แม้อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนนี้จะลงจากตำแหน่งมาสักพักแล้ว รวมถึงเจ้าตัวเองก็บอกกับสื่อทุกสำนักว่า ณ วันนี้เขาเป็นเพียงคนธรรมดาไม่ได้มีชื่อเสียงหรืออำนาจอะไร แต่ชื่อของเขายังคงอยู่ในกระแสโลกออนไลน์ไม่จางหายไปไหน
จากการพูดคุยกับชัชชาติ ‘ระบบขนส่งสาธารณะไทย เอายังไงกันดี’ จากนั้นเป็นการชวนมองอนาคตการเมืองไทย ว่าต่อจากนี้ควรเป็นอย่างไร รวมถึงชีวิตของเขาเมื่อทิ้งงานการเมืองไว้เบื้องหลัง
วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560
เมื่่อ การ์ตูนนิสต์ เขียนถึงอ.ยิ้ม และเรื่องราวความดีและความเลว
" คนเกิดมาจน ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องตายจนๆ คนที่ตายไม่ดี ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องทำเรื่องไม่ดีมา มันไม่เกี่ยวกัน คนมันไม่ได้แตกต่างกันเพราะวาสนา มันไม่ใช่ว่าคนทำเลวสมควรตาย คนดีควรจะได้ดี มนุษย์ทุกคนทั้งดีและเลวควรจะดีขึ้น ทั้งด้านจิตใจและฐานะ ถ้าให้เทียบระหว่างนักโทษกับคนดีที่ด่าคนอื่น ผมว่าผมชอบนักโทษมากกว่า อย่างน้อยมันก็รู้ตัวว่าตัวเองเลวและปรารถนาอยากจะดีขึ้น ส่วนพวกคนดีนี้คือพวกที่ไม่รู้ว่าตัวเองเลว ก็เลยพยายามเหยียบคนอื่นให้รู้สึกว่าตัวเองโอเค "
by ปอน หฤษฎ์ มหาทน
วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560
80ปี ปฏิวัติประชาธิปไตยและบทเรียน คณะราษฎร โดย อ.ยิ้ม , ดร.ณัฐพล ใจจริง และ อ.ชาญวิทย์ , อ.ศักดินา
80ปี ปฏิวัติประชาธิปไตย ''ประวัติศาสตร์ที่ถูกทำให้ลืม''
by อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, อ.ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา
บทเรียนคณะราษฎร ตอนที่ 1 by อ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ และ อ.ณัฐพล ใจจริง
วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560
อำลา อ.ยิ้ม รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
บรรยากาศงาน ฌาปนกิจ รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
รู้จัก อ.ยิ้ม ให้มากขึ้น จาก.....
“ขอสดุดีสหายสมพร “ยิ้ม“เพื่อนรัก“
ขอแสดงความไว้อาลัย การจากไปของสหาย และเพื่อน ที่เคยร่วมรบ อย่างแสนอาวรณ์
สหายสมพร เป็นสหายรุ่นพี่ที่ผมรู้จักหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา เราพบกันในเขตงาน ปฏิวัติของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย บนเทือกเขาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2519
ภาพแรกที่ผมสัมผัสได้ คือความนุ่มนวลและความเอื้ออาทร ซึ่งเป็นท่วงทำนองเฉพาะตัวของสหายสมพร ใบหน้าจะเปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผมมีความสุข ในเวลาที่พูดคุยกับสหาย แต่อีกมุมหนึ่ง ผมอดกังวล ไม่ได้ว่า สหายจะทนต่อความยากลำบาก ซึ่งจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย จากสงครามประชาชนได้หรือไม่
แต่วันเวลาก็ได้พิสูจน์ ว่าสหายสมพรสามารถเรียนรู้และดัดแปลงตัวเอง ในการที่จะใช้ชีวิตเผชิญกับความยากลำบากได้อย่างดีเยี่ยม
พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในเขตหลัง ซึ่งเป็นที่ตั้ง ของศูนย์การนําในเขตงาน บี.3 (180) หลายครั้งสถานการณ์สงครามประชาชนรุนแรง เราต้องลงหลุมหลบภัย เพื่อ ปลอดภัยจากกระสุนปืนใหญ่ และหลายครั้ง เราต้องวิ่งหนีวิถีกระสุนที่ถูกกราดยิงจากฝูงบินปีศาจที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่เขตหลัง ชีวิตที่ผ่านการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ทำให้สหายทุกคนรักกัน ผูกโยงเป็นสายสัมพันธ์ ที่เหนียวแน่น ที่ไม่อาจมีใคร จะสามารถทำลาย ความรักและความผูกพัน เหล่านี้ได้
สหายสมพรจัดได้ว่าเป็นสหายแถวหน้า ที่ผ่านการหล่อหลอมและดัดแปลงตนเอง “ทุกข์อยู่หน้า สุขอยู่หลัง“ ส่งผลทำให้สหายในเมืองและสหายในชนบทจำนวนมาก ก็รักใคร่และเอ็นดูสหายสมพรเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายพวกเราออกจากป่า แต่ละคน ก็เลือกทางเดิน ตามสถานะอาชีพของตนเอง หลายคนกลับสู่รั้วมหาวิทยาลัย หลายคนเขัาสู่วงการธุรกิจ หลายคน เดินหน้าเข้าสู่เส้นทางทางการเมือง ที่ตนเองใฝ่ฝัน...
ต่อมาในปี 2535 สถานการณ์ทางการเมืองเกิดการรัฐประหาร และเกิดการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ในการต่อต้านรัฐประหาร รัฐบาลเผด็จการสุจินดา
ภายใต้สถานการณ์ ทางการเมือง ที่ตกอยู่ในบรรยากาศ เฉกเช่นอดีต ทำให้พวกเรา บรรดามิตรสหาย ได้กลับมารวมตัวและพบปะกันอีกครั้ง
พี่น้องจากเขตงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้แรงผลักดันของ มิตรสหาย สหายสมพรเป็นหนึ่งในผู้เอาการเอางาน ได้ก่อการเคลื่อนไหว เกิดการรวมตัว ก่อกำเนิดเป็นกลุ่มเพื่อนสุราษฎร์ ซึ่งมีหนังสือรายสะดวก “ไฟลามทุ่ง“ เป็นแก่นแกน ในการรวมศูนย์ ของสายงานต่างๆ ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี นับตั้งแต่นั้นมา
ภารกิจใจกลางของกลุ่มเพื่อนสุราษฎร์ ก็คือรวบรวมเพื่อนมิตร ในเขตงาน การต่อสู้ในชนบทไม่ว่าจะเป็นสหายในเมืองหรือสหายในชนบท สร้างเป็นเครือข่าย หนุนเสริมช่วยเหลือกัน
ในปี 2537 สหายในเมืองส่วนหนึ่ง ได้ลงไปร่วมกับสหายชนบท เพื่อขุดหา กระดูกของบรรดาสหายนักปฏิวัติ ที่เสียชีวิตท่ามกลางการต่อสู้ ตามเทือกเขาในเขตงาน ของพวกเรา เพื่อรวบรวม นำมาเก็บไว้ในอนุสรณ์สถาน ซึ่งพวกเราออกแบบ และเตรียมการก่อสร้าง จนกระทั่งแล้วเสร็จในปี 2539 ภายใต้ชื่อว่า อนุสรณ์สถานบ้านช่องช้าง
หลังจากนั้นมา ณ ที่นี้ ก็คือศูนย์รวมจิตวิญญาณของบรรดามิตรสหายนักปฏิวัติ ซึ่งเราจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองและรำลึกถึงวีรกรรมของวีรชนนักปฎิวัติเรา ทุกปีในเดือนเมษายน
อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญของสหายสมพร ในฐานะที่เป็นนักประวัติศาสตร์ สหายสมพรได้เข้าร่วมกับพี่น้องสหายในเมืองในทุกเขตงานทั่วประเทศ ได้ร่วมกันผลักดันการจัดงานในวาระครบรอบ 20 ปี 6 ตุลา ในปีพศ 2539
ในครั้งนั้นเราต้องการสร้างที่ยินฐานะทางประวัติศาสตร์ และประกาศเจตนารมณ์ อุดมการณ์ ของ ความเป็นคน 6 ตุลา ว่าวีรกรรมที่อาจหาญของเรานั้นไม่ใช่คนทำลายชาติ แต่เราเป็นบุคคลที่มีความมุ่งหวังเปลี่ยนแปลงสังคม พวกเราเสนอคำขวัญในงาน “กล้าต่อสู้ กล้าเอาชนะ เพื่อสังคมที่ดีงาม“
หลังจัดงาน 20 ปี 6 ตุลาคม สหายสมพรเป็นคนริเริ่มเพื่อการเขียนประวัติศาสตร์ของคน 6 ตุลา จากการบอกเล่า ของเพื่อนมิตรสหายที่ยังมีลมหายใจ
นั่นคือผลงานที่ทรงคุณค่าของสหายที่ฝากไว้ให้กับประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ใครไม่อาจจะบิดเบือนได้
นั่นคือผลงานที่ทรงคุณค่าของสหายที่ฝากไว้ให้กับประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ใครไม่อาจจะบิดเบือนได้
จากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการจัดงานครบรอบ 20 ปี 6 ตุลา สหายสมพร เป็นผู้หนึ่ง ที่เห็นควรว่า คณะกรรมการประสานงานจัดงาน ควรจะต้อง ก่อรูปและรักษาองค์กรให้เป็นองค์กรจัดตั้งที่ถาวร เพื่อที่จะเป็นศูนย์รวม ในการดำรงรักษาอุดมการณ์และจิตวิญญาณของคนเดือนตุลา อีกทั้งยังต้องมีภารกิจ ในการสนับสนุน และส่งเสริม ให้องค์กรภาคประชาชน นักเรียนนิสิตนักศึกษาที่เคลื่อนไหวอยู่ มีความเข้มแข็งและสามารถนำพา และเป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง
“เครือข่ายเดือนตุลา“ จึงก่อกำเนิดขึ้น เพื่อแบกรับภาระทางประวัติศาสตร์ ที่การต่อสู้ยังไม่จบสิ้น นับตั้งแต่นั้นมา
อีกหนึ่งผลงาน สหายสมพร ได้ทุ่มเทเวลาส่วนตัว ในการรวบรวมบันทึกเรื่องราว จากความทรงจำของสหาย ในเขตงาน บี.3 (180) เพื่อบันทึกเรื่องราว วีรกรรมที่อาจหาญ ในทุกๆด้าน ผ่านตัวอักษร ที่สละสลวยสวยงาม และทรงไว้ซึ่งพลานุภาพ แห่งประวัติศาสตร์ของการทำสงครามปฏิวัติ ของนักรบในเขตงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในชื่อหนังสือ “น้ำป่า“
หลังจากนั้นช่วงสถานการณ์การเมืองแบ่งสี ผมและสหายสมพรอาจมีมุมมองความคิดที่ต่างกันในบางประเด็น ระยะและความสัมพันธ์เริ่มห่างขึ้น แต่ด้วยความเป็นเพื่อนมิตรสหาย หลายครั้ง ผมแอบถามเพื่อนมิตรที่ยังสื่อสัมพันธ์กันถึง ด้วยความรักและห่วงใย ในจิตใจ หวนคิดคำนึงเสมอว่า สักวันหนึ่ง หากเรา เสมือนหนึ่งเป็นแม่น้ำหลากสาย เราคงได้มีโอกาส มาไหลรวมกันอย่างแน่นอน
กล่าวถึงความรู้สึกส่วนตัวผมไม่เคยตำหนิ การเคลื่อนไหว และเคารพความแตกต่างทางความคิดของสหายมาโดยตลอด เพราะเชื่อว่า สหายไม่ได้รับใช้ใครและยังอยู่ภายใต้แนวทางที่ต้องการเห็นสังคมที่ดีงามอย่างแน่นอน
ถึงวันนี้สหายได้จากพวกเราไป เจตจํานงและจิตวิญญาณยังดำรงอยู่
ผมจะจดจำและรำลึกถึงวีรกรรมที่อาจหาญของสหาย และจักสืบทอดจิตใจปฏิวัติของสหายตลอดไป
รักและอาลัย
สหายสกล เขตงานต้าจ๋าย ค่าย180 (บี.3) สฏ.1
อมร อมรรัตนานนท์
27 กันยายน 2560
สหายสกล เขตงานต้าจ๋าย ค่าย180 (บี.3) สฏ.1
อมร อมรรัตนานนท์
27 กันยายน 2560
เก็บส่วย "น้ำ" จากคูคลอง ฤานี่คือจุดเริ่มต้น "สงครามประชาชน"
เตรียมเก็บ ส่วยน้ำ จาก ร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำพ.ศ..
น้ำสาธารณะ เท่านั้นหมายถึงแหล่งน้ำสาธารณะที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ครอบคลุม แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง และไม่เกี่ยวกับแหล่งน้ำที่ประชาชน ขุดไว้ใช้เอง แต่ต้องเก็บกักได้เท่าที่จำเป็น เช่น กิจกรรมการเพาะปลูก สวนผลไม้ ถ้าถึงหน้าแล้ง ต้องมีระดับน้ำที่เหลือในจุดที่ยอมรับได้ ไม่ใช่เต็มตลอดเวลา และถ้าไม่ไปสูบน้ำจากแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะ จะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้
รู้จักอาจารย์ยิ้ม ผ่านจดหมายฉบับสุดท้ายของ วิลลา
หลังจาก อาจารย์ยิ้ม(รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ) ได้จากไป หลายคนก็แปลกใจว่าทำไม ผู้ชายคนนี้ ถึงได้มีผู้คนมากมายพูดถึง ดังนั้นจะพาเพื่อนๆไปรู้จักเขาให้ลึกซื้งขึ้นจากจดหมายฉบับนี้ ซึ่ง ผช.ดร.วิลลา วิลัยทอง ลูกศิษย์/เพื่อนร่วมงาน คนนี้ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬา ที่เขียนจดหมายฉบับนี้ได้ละเมียด ละไม แบบนักอักษรศาสตร์ จนอยากเอามาแบ่งปัน ให้สังคมได้รับรู้ และขอขอบคุณ เจ้าของจดหมายเอาไว้ ณ ที่นี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ที่ดินทรัพย์สินส่วนสาธารณประโยชน์ และที่ดินกว่า 2600 ไร่ ขุมทรัพย์หลายแสนล้าน กลางกรุง!
ปัจจุบันสำนักงานทรัพย์สิน ฯ มีที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครจำนวนไม่ต่ำกว่า 1,060,000 ตารางวา หรือ 2,650 ไร่ โดยที่ดินผืนใหญ่ที่สุด 300 ไร่อยู...





















